อาการแพ้จากการใช้เครื่องสำอาง

กรี๊สสสสสสส ต้องกรีดร้องดังสุดเสียง เมื่อรู้ตัวว่าแพ้เครื่องสำอางที่พึ่งซื้อมา ไม่ใช่แค่หน้าที่พังอย่างเดียว แต่กระเป๋าตังค์ยังแฟบอีกต่างหาก ค่ารักษาก็ทั้งแพงและก็ใช้เวลา หมดสวยไปอีกนานเลยเรา แล้วครั้งต่อไปจะเลือกใช้เครื่องสำอางต้องสังเกตจากอะไรบ้างนะ

ยิ่งสมัยนี้มีเครื่องสำอางที่ขายตามท้องตลาดต่างๆ ที่มีคำโฆษณาอันเหลือเชื่อ ขาวได้ภายใน 7 วัน หรือ ลดริ้วรอยได้แค่ 5 วัน โฆษณาชวนเชื่อขนาดนี้เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไม่สนใจ เมื่อมีคุณสมบัติดีงามขนาดนี้ใครก็อยากใช้ เพราะจะทำให้เราสวยงามดูดีขึ้น แต่ส่วนผสมนี่แหละตัวดีเลย ถ้ามันไม่เหมาะกับเราอาการแพ้ต้องปะทุแน่นอน ทั้งการระคายเคืองผิว ผื่นแดง นั้นเราไปศึกษากันหน่อย จะได้รับมือกันอย่างถูกวิธี ไปดูอาการแพ้ตามลักษณะดังนี้กันเลย

ผิวหนังอักเสบระคายเคือง

อาการนี้จะปรากฏให้เห็นเด่นชัด ทั้งอาการแสบผิว และ อาการคัน ที่แทบจะรู้สึกขึ้นมาทันที หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ แต่อาการนี้จะอยู่กับเราได้ไม่นาน แต่ถ้าเรารู้เสียดาย แต่ฝืนใช้ต่อจะเกิดผื่นแดงขึ้นมาที่ผิว และมีตุ่มอักเสบขึ้นมาอีกด้วย สุดท้ายอาจเกิดแผลพุพอง แล้วถ้ายิ่งไปสัมผัสหรือเกาหน้าเน่าแน่นอน

ผิวหนังอักเสบระคายเคือง

ผื่นคัน เป็นอาการที่เกิดขึ้นสำหรับบางคนที่แพ้ส่วนผสมบางอย่างในแต่ละเครื่องสำอางบางประเภทนั้นด้วย บางคนแพ้ส่วนผสมของน้ำหอม ลักษณะการแพ้ คือ ผิวแดง บวม คัน คล้ายกับเป็นลมพิษ มีปื้นบวมใหญ่ๆ ในบางครั้งอาจเกิดการระคายเคืองจนแสบคันร่วมด้วย ถ้าแพ้หนักกว่านั้นอาจเกิดตุ่มน้ำใสขึ้นได้

แพ้แสงแดด ผิวคล้ำจนเกิดรอยดำ

เครื่องสำอางบางชนิดทำปฏิกิริยากับแสงแดด ให้สังเกตว่าทำไมเครื่องสำอางตัวนี้ทำไมเรายิ่งใช้ยิ่งดำนะ นั่นเป็นเพราะคุณกำลังเกิดอาการแพ้แสงแดด อาการที่เห็นชัดจะเป็นรอยดำ ส่วนใหญ่เครื่องสำอางเหล่านี้จะมีส่วนผสมน้ำหอม มะกรูด, มะนาว, แตงกวา หรือสมุนไพรบางชนิดก็เป็นได้

กระสีขาว

กระขาว หรือ ด่างขาว การแพ้เครื่องสำอางแบบนี้เราจะเห็นบ่อยตามหน้าข่าวต่างๆ ที่มีผู้มาร้องเรียนว่าใช้เครื่องสำอางยี่ห้อเหล่านี้แล้วเกิดอาการแพ้ ซึ่งจะเกิดจากเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารปรอท โดยส่วนใหญ่จะเป็นสกินแคร์ประเภทที่บอกสรรพคุณ “ใช้แล้วขาวขึ้น” ตอนแรกหน้าจะขาวขึ้น สุดท้ายจะขาวเป็นจุด จนใบหน้ากลายเป็นผิวกระด่างกระดำ

หากเพื่อนแพ้เครื่องสำอาง สิ่งแรกที่ต้องทำคือรีบล้างเครื่องสำอาง และใช้สำลีชุบน้ำเกลือเช็ดให้ทั่ว ถ้าแพ้ไม่มากส่วนตัวเราแนะนำให้หยุดใช้ครีมและเครื่องสำอางทุกชนิดก่อน และกินยาแก้แพ้ ดูอาการสัก 1-2 วัน ถ้าดีขึ้นก็ไม่ต้องไปหาหมอ แต่ก็แนะนำให้หยุดใช้เครื่องสำอางไปก่อนสักหนึ่งสัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดีขึ้นหรือมีอาการเพิ่มขึ้น เราว่าให้ไปปรึกษาคุณหมอเลยน่าจะดีกว่าค่ะ

และเราคงต้องยอมทิ้งเครื่องสำอางในสต็อกที่รู้ว่าแพ้หรือหมดอายุกันแล้วหละ เสียดายก็เสียดายเพราะซื้อมาแพง แต่ถ้าเทียบกับค่ารักษาและหน้าที่พังแบบอาจจะแก้ไขไม่ได้ มันก็ดูจะไม่คุ้มเอาเสียเลย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆชาว SOLA กันนะคะ แล้วถ้าเห็นว่ามีประโยชน์ก็อย่าลืมบอกต่อเพื่อนให้สวยไปด้วยกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *